วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

กระเทยขั้นเทพ



เอ่อ.......

ผมเองเกิดมาเป็ผู้ชาย.....ชายแท้แบบ 100%        แต่มีความพิเรณอย่างหนึ่งที่ คนรอบๆข้างชอบมองผมว่าเป็นคนไม่ค่อยเต็มนั่นคือการที่ผมชอบเล่นเป็น "กระเทย"

ครับไม่รู้ทำไมเหมือนกันผมชอบเล่นเป็นกระเทยมาก    ชอบที่จะแกล้งทำเป็นพูดหวานแหวว แอ๊บแบ๊ว ชอบที่จะจับแขนจับขาผู้ชาย และชอบที่จะพูด "ว้าย~~ตายแล้วหล่อน" อะไรประมาณนี้ล่ะครับ

ทั้งๆที่ใจจริงไม่เคยคิดอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะผมคิดว่า ชาตินี้ยังงัยผมก็ไม่เป็นกระเทยแน่นอนล้าน%ก็เลยชอบเล่นเป็นกระเทย เพราะตัวผมรู้ตัวเองดีที่สุดว่าตัวผมจะไม่มีทางเป็นกระเทยไปจริงๆ

แต่ก็นั่นแหล่ะครับ  เราย่อมรู้ตัวเอง แต่คนอื่นเขาจะมารู้เรารึไงมิทราบ?

ว่าแล้วเวลาที่ผมแกล้งเป็นกระเทย ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทระดับที่ "แค่เห็นขนหน้าแข้งก็รู้จักชื่อพ่อ" เขาคนนั้นก็คงคิดว่าผมเป็นกระเทยจริงๆ เพราะผมอยู่ในระดับที่เรียกว่า "แมร่ง ทำเหมือนชิปหายเลย" ล่ะครับ

เรียกว่าถ้าเป็นโทรศัพท์ก็คงจะ ก็อปปี้ได้เหมือนของจริงแบบ 100%  แต่ไม่สามารถใช้งานได้แค่ "1 ซิม" เท่านั้นนะครับ (ถ้า "2ซิม" มันคือ หญิงก็เอา ชายก็เอาน่ะครับ)

แหม....ผมนี่น่าจะไปแสดงเป็นกระเทยในละครน้ำเน่าของบางประเทศเสียจริงๆนะครับ ดีไม่ดีถ้าได้แสดงขึ้นมาจริงๆ เวลาเดินผ่านตลาดอาจจะได้เปลือกทุเรียนติดหัวกลับมาฝากพี่ๆน้องๆ ทางบ้านด้วยก็ได้นะครับ เพราะ "ความดัดจริต" ในการ (แกล้ง) เป็นกะเทยของผมนั้น พุ่งกระฉูด ทะลุจุดสุดยอดเลยล่ะครับ

เรียกว่า เหมือนกระเทย (ควาย) มาเองจริงๆเลยละครับ

ด้วยเหตผลนี้ เพื่อนผมบางคนถึงขนาดขนานนามให้ผมเป็น "กระเทยขั้นเทพ" ไปเลยทีเดียวเชียว!!! (มรึงไม่คิดมั้งเหรอว่ากรูไม่อยากได้ฉายานี้)

กาลครั้งหนึ่ง การแสดงเป็นกระเทยของผมมันเคยเหมือนมากจนถึงขั้นที่ "อาเฮีย" คนหนึ่งมาขอให้ผมไปเป็นคู่ขา ร่วมหลับนอนซะอย่างนั้น

แหม...บอกตามตรงว่าอยากจะกระโดดถีบหน้า อาเฮีย คนนั้นจริงๆเลยครับ แต่เผอิญว่าเกรงใจ "ปืน" ที่มันเหน็บอยู่ข้างๆกับอวัยวะเพศของมือปืนอาเสี่ยผู้นั้นน่ะสิครับ ไม่งั้นอีกวันต่อมาอาจจะมีพาดหัวข่าวว่า "กระเทยควาย (ตัวปลอม) ถูกลูกน้อง อาเฮียหลี ยิงดับอนาถกลางร้านข้าวต้ม" ก็เป็นไปได้ ฮ่าฮ่าฮ่า

ที่จริงผมก็ไม่ซีเรียสกับเรื่องที่ผมชอบแกล้งทำตัวเป็นกระเทยนี่อะไรมากมายหรอกครับ เพราะผมรู้ตัวเองดีแล้วว่ายังไงซะผมก็ไม่เป็นกระเทยแน่นอน เพราะงั้น ผมจึงคิดว่าจะเล่นแกล้งเป็นกรเทยต่อไปตราบเท่าที่ใจต้องการ

ถึงแม้จะผ่านการเฉียดที่จะถูก อาเฮียโรคจิตรข่มขืนเพราะการเล่นแกล้งเป็นกระเทยมาแล้วก็ตาม

แต่.....กระทั่งล่าสุด ที่ผมต้องเข้ามาทำงานใน "โรงแรม" ที่มีชื่อเสียงระดับเดียวกับไก่ย่าง (5ดาว) ผมกลับถูกท้าทายให้เปลี่ยนแปลงความคิด (ในการเล่นเป็นกระเทย)แบบเดิมๆของผมไปโดยสิ้นเชิง

ความคิดของผมถูกท้าทายโดยบรรดา "สาวสวย" ที่ยืน กันหน้าสลอนอยู่ในสถานที่ ที่คนทั่วไปเรียกกันง่ายๆว่า "ล็อบบี้"

ครับ.... เข้ามาแรกๆผมก็เล่นเป็นกระเทยของผมแบบ "พองาม" ดีอยู่หรอกครับ จนกระทั่งมีข่าวลือรั่วไหลราวกับน้ำซึมตามฝาฝนัง ในหมู่สาวสวย (และรวมไปถึงหนุ่มหล่อ) ว่าผมเป็นกระเทยจริงๆ ทีนี้ล่ะครับ งานเข้าเลย

อย่างที่บอกครับ ข่าวลือมันเหมือน้ำที่ซึมฝาฝนัง ซึ่งสักวันมันต้องเกิดเหตการณ์ "น้ำแตกทะลุฝา" อย่างแน่นอน เพราะงั้นผมจึงจำเป็นต้องหาอะไรมาอุดรูรั่วๆนั่นซะก่อนที่น้ำมันจะแตก เพราะเดี๋ยวก็ท้องกันพอดี เฮ้ย ไม่ใช่แล้ว (เหอเหอ)

ลำพังแค่ถูกคนสวยๆหาว่าเป็นกระเทย เท่านั้นมันก็เสียเหลี่ยมผู้ชายอย่างเราๆจะแย่อยู่แล้วนะครับ นี่ยิ่งถูกผู้ชายด้วยกันเองมองว่าเราเป็นกระเทยด้วยแล้ว มันยิ่งไปกันใหญ่

เพราะไอ้ชายแท้ๆมันไม่เท่าไหร่หรอกครับ  แต่ไอ้พวกชายไม่แท้ะสิครับ มันอาจจะเห็นผมเป็นเหยื่อยอันโอชะขึ้นมาซะก็ได้ (ถึงแม้ว่าผมจะไม่หล่อ แต่ก็พอแก้ขัดได้ล่ะมั้ง? ฮ่าฮ่า)

เพราะงั้นก่อนที่จะเกิดเหตการณ์ "รถบรรทุกถั่วดำถูกวางระเบิด" ผมต้องรีบแก้ไขข่าวลือโดยด่วนที่สุด

แต่คำพูดมันก็เหมือนน้ำที่สาดไปแล้วมันก็เรียกกลับคืนมาไม่ได้น่ะสิครับ  มันจึงทำให้ผมหนักใจมากเลยว่าจะทำยังไงถึงจะให้คนอื่นๆรู้สักทีว่า ผมเป็นชายแท้ 100%

ถึงตอนนี้ (ตอนที่เขียนอยู่) ผมยังถูกคนอื่นๆคิดอยู่เลยครับว่าผมเป็น กระเทย

ผู้ชายนี่สิครับไม่รู้จะอธิบายยังไง  บางที่อธิบายไปพวกเขาก็คงไม่เชื่อ

แต่กับฝ่ายผู้หญิงผมรู้แล้วล่ะครับว่าจะอธิบายยัง

ผูหญิงน่ะถ้าอธิบายด้วยคำพูดไม่ได้ก็ต้อง "ปฏิบัติ" เลยสิครับ

เอาล่ะ!! ถ้าผูหญิงคนไหนไม่เชื่อว่าผมเป็นชายทั้งแท่งก็เชิญมาพิสูจน์ให้เห็นกับตัว เอ้ย..ให้เห็นกับตาเลยครับว่าความจริงเป็นเช่นไร



ด้วยวิธีที่ผู้ชายแท้ๆทั่วโลกก็รู้กันอยู่ว่าผมจะทำอย่างไร เพื่อให้สาวๆได้รับรู้ว่าผมเป็น ชายทั้งแท่ง!!!!   ฮิฮิฮิ...

(ขอหัวเราะแบบมีเลศนัยหน่อยนะครับ)

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554

ถ้ากูเกิดมาเลือก(วันเกิด)ได้

    


วันก่อนเพื่อสนิทระดับเรียกชื่อพ่อแทนชื่อตัวเองของผมมาหาที่บ้าน พร้อมพาสิ่งๆหนึ่งที่ ชาวไทยส่วนใหญ่นิยมเรียกกันว่า "สุรา" มาฝากผม (ทั้งๆที่มาฝากแต่มันดันกระดกคนเดียวซะหมด มันยังมีหน้ามาเรียกว่าขิงฝาก)

    ขอออกตัวในความเป็นคนดีของผมก่อนนะครับว่า ตัวผมนั้นปรกติเป็นคนไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่อยู่แล้วนะครับ (ครั้งต่อไป ใครที่จะมาเยี่ยมผมอย่าชื้อของอย่างนี้มาฝากนะครับ เพราะคนจะได้กระดกมันเองซะทุกครั้ง)

    เรื่อง "สุรา" ช่างมันเถอะครับ เพื่อนๆจะเอามาฝากผม ผมก็ขอรับไว้เป็นน้ำใจก็แล้วกันนะครับ ไม่ว่ากัน มันยังดีหว่า ไม่มีใครเอาอะไรติดไม้ติดมือมาฝากเลย

     วันนี้ผมเองไม่ได้อยากจะเขียนเรื่องของ "สุรา" หรอกครับ แต่ว่าเพื่อนสนิทที่พาสุรามาฝากผมในวันนั้นมันทักผมเรื่องนึง ก็เลยอยากจะเอามาเขียนไว้หน่อยน่ะครับ

     ว่าแล้วขอย้อนเหตการณ์กลับไปวันนั้นนะครับ เมื่อเพื่อนผมมาถึง มันก็เกิดปรากฎการณ์ ปรากฎการณ์หนึ่งในแบบที่คนไทยนิยมเรียกอย่างเริศหรูอลังการว่า "ตั้งวง" และเมื่อเกิดปรากฎการณ์ ตั้งวง แล้ว เหตการอีกเหตการที่จะตามมาแน่นอนคือ "เมาชิปหาย" ครับ

     และนั่นเองเพื่อนผมเมื่อเมาได้ที่ มันเลยถามคำถามหนึ่งกับผม ด้วยน้ำเสียงที่พ่นออกมาจากลมปากผสมกลิ่น Lกฮ  ราวกับ "ชายเมืองสิงห์" ว่า

     "ไอบอล มึงเกิดวันอะไรวะ?"

      ผมตอบวันเกิดตัวเองให้มันไปแบบส่งๆ+มั่วๆว่า "วันศุกร์" ทั้งที่จริงๆอารมส์นั้นในหัวผมมันอยากจะตอบเพื่อนผมเหลือเกินว่า "มึงถามหาพ่องมึงเหรอ?" แต่เดี๋ยวอาจจะเกิดเหตการ คนเมากระโดดถีบหน้าสุดหล่อ ก็เป็นได้ ผมเลยเลือกที่จะอณุญาติให้คำว่า "วันศุกร์" ออกจากปากผมแทน

     เพื่อนผมหัวเราะออกมาก๊ากใหญ่ราวกับมันเพิ่งดูตลกชิงร้อยชิงล้านเสร็จมาหมาดๆก่อนจะพูดว่า

     "คนที่เกิดวันศุกร์นะเว้ยเพื่อน จะเป็นคนที่ มุทะลุ ขี้โมโห โกรธง่าย แต่หายเร็ว ปากเนี่ยจะไม่ดีหน่อย แต่จริงๆแล้วเป็นคนใจดีมากๆ     เออ...ตรงกับมึงเลยว่ะไอบอล"

     .....

     .....

     อ้าวไอเชี่ย มึงเป็นหมอดูตั้งแต่เมื่อไหร่วะ มาทายนิสัยของกูจากวันเกิด แถมยังพูดตบท้ายแบบน่าตบ(ให้หัวทิ่ม)อีกด้วยว่า "กูคอนเฟิร์ม"

     ไอที่มึงบอกมามีตรงอยู่ข้อเดียวเท่านั้นล่ะ คือ เป็นคนใจดีมากๆ  (จริงๆนะ ฮ่าฮ่า) นอกนั้นไม่มีอะไรตรงกะกูเลยสักอย่าง มึงยังจะมา คอนเฟิร์ม อีก

     หลังจากนั้นมันก็บอกนิสัยของคนที่เกิดตั้งแต่วัน อาทิตย์ ถึง จันทร์ ให้ผมฟังโดยที่มันไม่ถามผมสักคำว่า ผมอยากจะฟังมันบ้างรึเปล่า? (ไอหอก)

     ตอนนั้นผมทำท่าที่ โมโหและอยากจะไล่มันกลับบ้านเสียให้ได้เพราะมันล่วงเลยเวลามาจะ ตี 2 แล้ว แต่มันกลับพูดประโยค ประยคหนึ่งที่ ทำให้ผมต้อง หยุดชะงักฟังอีกครั้ง

     "คนที่เกิดวันศุกร์ ดวงความรักช่วงนี้มันไม่ค่อยดีว่ะ สิ่งที่ปราถนาจากคนรักก็จะไม่ได้ตามปราถนา มีเกณฑ์จะต้องห่างไกลกันสักพักและจะมีคนเข้ามาแทรกกลาง ฉะนั้น มึงจนระวังไว้ให้ดีนะเว้ย"

     ประโยคนี้ทำให้ผมถึงกับเหงื่อตก เพราะมัน แตกต่างกับ  ประโยคแรกที่เพื่อนผมพูด คือมัน ตรงกับผมไปซะทุกอย่างเลยครับ

     ครับ....ช่วงนั้นผมมีปัญหากับแฟน และเราต้องแยกห่างกันพอดี และพอเพือ่นผมพูดขึ้นมาแบบนั้น ทำให้ผมนึกถึงสมัยเรียนเลยนะครับ เพราะเพื่อนของผมหลายๆคนก็ชอบทำตัวเป็นหมอดูทำนาย นิสัย ความรัก และ ทำนายอีกหลายๆอย่างจากวันเกิดของเพื่อนๆด้วยกันเองอยู่บ่อยๆ

     ว่าแล้วสิ่งที่ผมจะได้ยินบ่อยๆคือ ไอพวกนี้ม กจะพูดเป็นกลาง คือพูดให้เรื่องดีปนกับเรื่องร้ายเข้าไว้น่ะครับ ไม่ใช่ว่าดีไปซะหมด หรือร้ายไปซะทุกเรื่อง


     และเพื่อนๆที่ถูกเพื่อนดูดวงให้บางคนก็ดันบอกว่าแม่นอีกต่างหาก

     ทั้งๆที่หากลองคิดดูแล้ว หากทายถูกแค่สักเรื่อง หรือ 2เรื่อง เขาก็จะบอกว่าแม่นแล้ว แมร่งแล้วที่มันทายผิดมาเป็นสิบๆข้อทำไมมึงไม่บอกมันว่า ไม่แม่นมั้งวะ

     ทายถูก เรื่อง 2 เรื่องคนเราก็เป็นหมอดูกันได้แล้ว  เออ....มันแปลกดีเหมือนกันนะครับ

     ขณะที่ผมคิดเรื่องนี้อยู่ในหัวเพื่อนผมก็ถามคำถามหนึ่งขึ้นมาอีกว่า

     "ถ้ามึงเลือกได้มึงอยากจะเลือกเกิดวันไหนวะ?"

      ผมนิ่งเงียบสักพักก่อนจะจะตอบกลับมันไปว่า "กูอยากจะเกิดวันอังคารว่ะ"

     "ทำไมวะ" เพื่อนผมถามกลับมา

     ผมยิ้มก่อนจะตอบมันแบบสบายอารมส์ว่า

"เพราะวันอังคารมีรายการชิงร้อยชิงล้านนี่หว่า"

(ผมชอบรายการนี้จริงๆนะ)