วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554

นี่น่ะเหรอ? คือเรื่องเหลือเชื่อ

เมื่อไม่นานเพื่อนผมคนนึง (ขออณุญาติสงวนนาน) มันเพิ่งอกหักจากเมียรัก ด้วยข้อหา "กวนส้นตีน"


คือเมียมันมาบอกเลิกและก็ให้เหตผลว่า "คุณกวนส้นตีลลส์มากไปนะคะ" แค่เนี้ย!?!


ฮ่าฮ่าฮ่า ขออณุญาติ หัวเราะในความงี่เง่าของ ผู้หญิง ที่รักในความสุภาพ ชนิดที่ยอมให้ความกวนส้นตีนของสามีอันเป็นที่รักมาบอกอำลาชีวิตรักที่ยาวนาน (มันบอกผมว่าคบกันมา 2 ปี)


คือ เพื่อนผมอาจจะกวนตีนมากไปหน่อยก็จริง แต่ คราวหน้า กรุณาหาเหตผลที่มัน ดูดีกว่านี้หน่อยดีกว่านะครับคุณเธอว์


หรือบอกเลิกกันตอนที่คบกันมาได้สักเดือน - 2เดือน ดีกว่านะครับ นี่ อะไร นอนเล่น "ปลอกกล้วยเข้าปาก" กับเพื่อนผมมาตั้ง 2 ปี เพิ่งบอกเลิก!!! ฮาครับฮา




สุดท้าย...เพื่อนผมคนนี้ร้องไห้ ฟูมฟาย ราวกับญาติเสีย ก่อนจะตะโกนบอกฟ้าว่า "ไอ้เชี่ย กรูทำผิด แมร่ง อารายว้า!!!!!!!!!"


มันบอกว่า ฟ้าช่างเล่นตลกกับมันเหลือเกิน ทำไมมันถึงได้หักมุมแบบ "เหลือเชื่อ" เช่นนี้


แบบนี้ตรงกับวลี Classic วลี หนึ่งนะครับ คือ


"ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน"


ครับบางครั้ง เรื่องห่าเหวมันก็เกิดขึ้นได้กับพวกเราทุกๆคนโดยไม่ได้ระบุ หรือเจาะจงว่า จะต้องเกิดขึ้นกับคนนี้หรือว่าคนนั้น

ความห่าเหว บรรลัยกันล์มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ และมันได้แทรกซึมลงไปอยู่ในทุกอณูของทั้ง "สิ่งมีชีวิต" และ "สิ่งไม่มีชีวิต"
ผมเองยังเคยเห็นเรื่องๆแปลกมากๆกว่านี้มากมายเลยครับ แต่ผมคิดว่าเรื่องทุกเรื่องที่ผมได้เห็น หรือที่คนอื่นได้มีโอกาสได้เห็น หรือประสบกันมา มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ เหลือเชื่อ แบบที่บอกไว้ตอนต้นของบทความนั้นหรอกครับ

มันแค่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากเท่านั้นเอง

สิ่งนี้มันอาจจะเกิดขึ้นได้ยาก เลยทำให้พอเกิดขึ้นทีหนึ่ง ก็เลยกลายเป็นเหมือน "เรื่องเหลือเชื่อ" แบบกลายๆไปซะ

ทั้งๆที่หากลองมองดูดีๆแล้ว มันไม่ใชว่าจะไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นเลย แต่แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นมามีน้อยต่างหากเลยทำให้คนส่วนมากมักคิดไปว่า พอเกิดเหตการณ์แบบนี้ขึ้นมาก็คล้ายๆกลับเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ

เรื่องของเพื่อนผมก็เหมือนกันครับ ต่อให้มัน หักมุม หรือ พลิกเหลี่ยม ยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่ออยู่ดีน่ะแหล่ะครับ แต่เป็นเพราะว่า เพื่อนผมเขาไม่ได้ทำใจรับความผิดหวังไว้ก่อน เลยทำให้ตอนที่เขาเจ็บมันเจ็บมากจนคิดว่าเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อไปเองมากกว่า

จริงๆก็ถือเป็นเรื่องปกตินะครับ ที่ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกัน มันก็ต้องมีเลิกรากันไปบ้าง ถึงแม้บางครั้ง "แนวโน้มแห่งการเลิกรา" มันอาจจะไม่เคยแสดงให้เห็น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า การเลิกราจะไม่เกิดขึ้นสักหน่อยจริงมั๊ยครับ?

เหมือนกับวลีที่เพื่อนผม (นาย อรรถพล นุ่นมัน) ชอบพูดบ่อยจนติดปากว่า

"ควายแน่นอนคือควายไม่แน่นอน"

เพื่อนผมคบกันมาแค่ 2 ปีเอง พอจะเลิกกันที่ทำเป็นเรื่องเหลือเชื่อกันไปซะแล้ว ผมเองคบกับแฟนมา5ปี รักกันดีจะตาย จนทุกวันนี้แฟนผมจู่ๆก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีน ผมยัง "กินดี ขี้ออกได้" และไม่เคยเห็นว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อเลยสักครั้งเดียว

ครับ.....อยากให้เพื่อนผมไปลองคิดดูใหม่นะครับ

ว่าคุณ "เสียความรักไป หรือคุณได้ความอิสระกลับคืนมา"

เหรียญมี 2 ด้านเสมอนะครับ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกที่จะมองด้านไหนของเหรียญต่างหากล่ะครับ

ความกวนตีนไม่เข้าใคร ออกใคร!!!!

วันก่อนผมเจอเหตการณ์เหตการณ์หนึ่งซึ่งสร้างความระบมรูตูดให้ผมได้พอสมควรคือ ถูกผู้ปกครองของเด็กชายคนหนึ่งบุกมาด่ากราดผมถึงร้านเน็ตฯในข้อ(ที่ถูกกล่าว)หาว่าทำร้ายลูกแก


แหมแหมแหม ผมอยากจะหัวเราะเป็น "ภาษากวางเจา" ให้กับตัวเองเสียเหลือเกินเนื่องด้วย ตลกในการกระทำของคุณแม่น้องเขาครับ


ครับผมยอมรับตามตรงว่าผมทำร้ายน้องเขาจริงๆ โดยการรจับบีบคอโดยอารมส์นั้นผมคงกะให้น้องเขาตายจริงๆก็เป็นได้อันั้นผมเองก็มิอาจทราบ


ว่าง่ายๆคือ โมโห ครับ โมโห


ว่าแล้วขอเล่าย้อนกลับไปก่อนจะเกิดเหตการณ์ที่เพื่อนๆผมในร้านเน็ตฯเรียกว่า "บอสบุก" นะครับว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร


ประมาณเที่ยงของวันหยุดราชกาลวันหนึ่งในร้านเน็ตฯซึ่งแน่นอนเต็มไปด้วยเด็กเล็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทั้งร้าน ผมซึ่งตอนนี้ อายุ24 ปี นั่งเล่น "เปรตบุก" หรือในภาษาอังกฤษคือ "Facebook" คุยกับเพื่อนในระยะทางไกลอยู่ ว่าแล้วน้องชายผมนามว่า "ดีม" และเพื่อนๆของเขาก็เข้ามาหาผมและทำท่าทำนองว่าอยากจะขอเล่นด้วย


หนึ่งในอนาคตของชาติมีอยู่ 1 คนชื่ออย่างน่ารักน่าชังว่า "น้องฟิม"


ว่าแล้วผมก็คุยเล่นกับน้องเขาทุกๆคนตามภาษาผู้ใหญ่ที่ดีควรจะพูดกับเด็กๆทำนองว่า


"น้องๆมาเล่นเกมอะไรกันครับ" หรือ "กินข้าวแล้วยังครับ" ทำนองนี้


จริงๆครับ อาจจะไม่ใช้ภาษาดอกไม้ขนาดนั้น แต่ก็ไม่มีคำไหนส่อถึงความไม่สุภาพ และไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างต่อน้องๆเยาวชนอย่างแน่นอนครับ


ว่าแล้ว น้องฟิม ผู้น่ารักก็เริ่มกระทำบางอย่างในรูปแบบที่ถูกเรียกจากคนทั่วไปว่า "กวนตีน" ด้วยการพูดจา กวนตีน วกไปวนมา ราวกับน้องเขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นผม โดยที่น้องเขาน่าจะมีอายุประมาณ "สิปฟ่า" ปีเท่านั้นเองครับ


ผมเองก็คนครับ ทนไม่ไหวผมเลยสวนกลับไปว่า "ไอฟิม มรึงพูดเหมือนมรึงเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของพี่หยั่งงั้นเลยนะเว้ย?"


ไอฟิมมันสวนกลับมาว่า "เออ ใช่ ผมเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับโกบอล" พลางยกมือของมัน บรรจงจับหัวผม (จริงๆแล้วคือมันเอามือลูบหัวผมแบบช้า) และก็หันไปด่าชื่อพ่อน้องชายผม โดยที่คงจะลืมว่าชื่อพ่อน้องชายของผมก็เป็นชื่อเดียวกันกับพ่อผม


เท่านั้นแหล่ะครับ ผมบรรจงเอามือของผม "บีบคอ" ของน้องเขา แบบ "เอาตาย" ก่อนที่วินาทีต่อมาผมจะปล่อยมือออกจากคอและพูดว่า "มรึงหยุดเลยนะไอฟิม พอกรูเล่นด้วยแล้วมรึงเหลิง ไปไกลกรูเลยไป"


ครับเท่านั้นจริงๆครับ


ต่อจากนั้นน้องเขาก็ไม่เคยมายุ่งผมอีกเลยจนกระทั่งวันนึงที่ ผมเข้าร้านเน็ตฯร้านเดิม และเจอกับ น้องฟิม ซึ่งตอนนี้เลื่อนยศมาเป็น "ไอฟิม" เรียบร้อย อยู่พร้อมกับพี่สาวของมันอายุน่าจะ 17-18ปี ซึ่งบอกได้คำเดียวว่า "เสียวโว้ย!!!"


ว่าแล้วสงสัย ไอฟิม คงจะนึกว่า พี่มันอยู่ด้วยเลยเข้ามากวนตีนผมอีกรอบ โดยหารู้ไม่ว่า ผมไม่ได้กลัวพี่สวยสุกเสียวของมันเลยสักนิด ก่อนผมจะตะคอกกลับไปว่า "หนที่แล้วมรึงยังไม่จำใช่มั๊ยไอฟิม คราวนี้มรึงกวนตีนกรู มรึงเจ็บกว่าคราวก่อนแน่"


ว่าแล้วพี่สาวเสียวโว้ยก็ทำตัวเหยี่ยวข่าวคาบเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ผู้เป็นแม่ฟัง (และคงจะใส่ไฟอีกสักเล็กน้อย)


ว่าแล้ววันต่อมา ก็เลยเกิดเหตการณ์ "บอสบุก" เลยครับ บุกถึงที่ แม่ไอฟิม มายืนด่าผมที่ร้านเน็ตฯ ทำท่าเอาจริงเอาจัง จะกินตับผมเสียให้ได้


โครตกลัวเลยครับขอบอก โครตกลัวจริง


ผมเองก็ไม่ได้ฟังว่า เขาด่าอะไรมั้ง แต่ผมสวนกลับไปว่า "คุณดูลูกคุณก่อนดีกว่า แล้วค่อยมาว่าคนอื่น" เพราะผมเองก็ไม่อยากทำตัวเป็นผู้ใหญ่ไม่รู้จักโตไปทะเลาะกับเด็กไม่มีสัมมาคารวะอย่างนั้นหรอกครับ


แต่ทางกลับกัน ผมก็เป็นมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ทุกคนก็มีขีดจำกัดความโมโหอยู่เหมือนกัน


และพอดีกับอัตราความ "กวนตีน" ของน้องฟิม ผู้น่ารักน่ากระทืบ ดันมีมากเกินกว่าวุฒิภาวะ ของผมจะรับได้มันคงไม่ผิดเลยหากผมจะกระทืบเด็กคนนี้เละคาตีน เพราะถึงน้องเขาจะเด็ก แต่เราคงเอามาอ้างไม่ได้ว่ายังเด็ก ความกวนตีน ของน้องเขามากเกินจะรับได้จริงๆครับ (แถวบ้านผมเขาพูดแบบนั้นกันทุกคน)


เด็กวันนี้คืออนาคตในวันข้างหน้า ผมอยากหัวเราะเหลือเกินครับ หัวเราะเป็นภาษากวางเจา


ว่าแล้วทำไมประเทศไทยมันถึงแย่ลงแย่ลง ทั้งๆที่เด็กบางคนเรียนเก่งเหลือเกิน เพราะมีเยาวชนผู้น่ารักน่ากระทืบ อย่างนี้อยู่ในสังคมไทยซะเป็นส่วนมากไงครับ(อันนี้ผมไม่ได้หมายถึงทุกๆคนนะครับ) มันเลยไม่ได้เรื่องสักที


ผมกลัวเหลือเกินครับ


กลัวว่าน้องเขาคงจะเป็นอนาคตของชาติไม่ได้แน่ๆ


เปล๊า!! ผมไม่ได้หมายความว่าน้องเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เอาไหนนะครับ


แต่ผมกลัวว่าน้องเขาจะถูกกระทืบตายก่อนที่มันจะได้โตเป็นผู้ใหญ่น่ะสิครับ