วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

"คนอยากจะอยู่" และ "คนอยากจะไป"


   คนเราทุกคน หากจะ "เลิกรา" กับใครสักคนหนึ่ง มันคงจะเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ และยิ่งถ้าหากการเลิกราของความรักมันขึ้นอยู่กับคนเพียงแค่ 2 คน มันคงจะเป็นการยาก ที่คนหนึ่งคนจะดึงรั้งคนที่ "อยากจะไป" ให้อยู่ต่อ

     ความอกหักไม่ใช่สิ่งที่ "คู่รัก" ทุกคู่ พึงประสงค์จะพบเจอ แต่หากการเจอกับมัน ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกันเพราะถ้าหากความรักนั้นยังคงไม่ใช่ "รักที่ใช่" ต่อให้รักกันปานไหน สุดท้ายก็อาจจะจบที่คำว่าเลิกรา

     และเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้เราทุกคนก็ต้องยอมรับและเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้ทั้งๆที่บางครั้ง เราก็ไม่ค่อยเต็มใจจะรับมันสักเท่าไหร่

     เมื่อไม่นานมานี้เพื่อนผมคนหนึ่งมันอกหักจากความรักกับสาวสวยระดับ "นางเอกหนัง AV" นางหนึ่ง

     ด้วยความสงสารบวกสงสัย และอยากเสือก ผมจึงถามหาเหตุผลของความ "ฉิบหาย" แห่งรักครั้งนี้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน

     มันตอบสั้นๆง่ายๆแบบงงๆครับว่า "คนล่ะเหตผลกัน!?!"

     ด้วยความเคารพ ว่าแล้วผมเลยพูดปลอบใจกลับมันไปสั้นๆง่ายๆ แบบไม่งงๆว่า "เหี้ย!?!"

     คือ อะไรของมรึงคร๊าบ กรูถามเพื่อจะรับความกระจ่าง แต่พี่แกดันตอบกลับมาให้ผม งอ งู 2 ตัวซะอย่างนั้นแหล่ะ

     อาจจะเพราะด้วย สาระเหยที่เรียกกันง่ายๆว่า "Lกฮ" ยังไม่ซึมไปเข้าในกระแสเลือดของมันมากเท่าที่ควรมันจึงทำให้เพื่อนผมคนนี้ตกอยู่ใน "ภวังค์" แห่งความเศร้าจน พูดอะไรไม่เคลียร์

     ก็มันเล่นพูดราวกับว่าวิญญาณ "ศิลปิน" เข้าสิงในตัวมันอย่างไรอย่างนั้น เพราะพูดอะไรออกมา ผมและเพื่อนๆฟังไม่รู้เรื่องเลยสักนิด ราวกับว่าต้องใช้ "จิตวิญญาณของศิลปิน" ในการรับฟังเท่านั้น ถึงจะฟังรู้เรื่องและเข้าใจ ในความหมายที่แท้จริง

     แต่หลังจากผ่านวาระ "ดื่มจนได้ที่" อาการเมาก็เริ่มแสดงให้เห็น และเมื่อมีอาการเมาออกมาจนเข้าที คราวนี้ไม่ต้องถามเหี้ยอะไรเลยครับ เพื่อนผมอยู่ๆมันก็พูดอกมาเองว่า

     "กรูน่ะอยากให้เขาอยู่ แต่ตัวเขาน่ะอยากจะไป"

     ก่อนจะร้องไห้ราวกับท่อประปาแตกแถวสี่แยกไฟแดงก็ไม่ปาน เดือดร้อนผมและเพื่อนต้องช่วยกันปลอบใจมันอีก

     สุดท้าย มันก็เมา "หลับเหมือนหมา" ทั้งคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้มที่มาจากการร้องไห้ตลอดเวลาในขณะที่กำลังนั่งดื่ม "น้ำแห่งการเข้าสงคม"

   
  "คนอยากจะอยู่และคนออยากจะไป"


     ความรักอาจจะมีคนแค่ 2 ประเภทนี้จริงๆก็เป็นได้นะครับ

     ไอ้ตอนที่รักกันดี มีความสุขกันตลอด หวานกันแบบไม่เกรงใจน้ำตาล ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายคงมีความรู้สึก "อยากจะอยู่" ด้วยกันทั้งคู่ จึงทำให้ความรักมันช่าง "โรแมนติก" และ "สดใส" ซะเหลือเกิน

     รักกันใหม่ๆ อะไรๆก็ดูดี ขนาดขี้ยังไม่เหม็น

     ไปไหนก็จะไปด้วยกัน เดินจูงมือกัน เป็นอะไรนิดอะไรหน่อยก็จะคอยถามหา คอยเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา และจะคอยเติมเต็มความรักกันแบบ ไม่อายฟ้าสางเทวดา

     นั่นแหล่ะครับ เรียกว่าอาการของ "คนอยากจะอยู่"

     แต่พออยู่กันไปนานๆ เมื่อเริ่มที่จะเรียนรู้ "สันดานของกันและกัน" มากขึ้นความรักมันก็เริ่มจะ "จืดจาง" เหมือนกับเหล้าที่ถูกผสมโดยโซดามากขึ้นจนบางครั้งอาจจะทำให้เกิด ความรู้สึก "อยากจะไป" ขึ้นมา

     ครั้งหากเกิดความรู้สึกว่า "อยากจะไป" ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย การเลิกลานั้นอาจจะจบลงด้วยการ "จากกันด้วยดี" ก็เป็นได้

     แต่หาก ความความรู้สึก "อยากจะไป" ที่ว่า เกิดขึ้นแค่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้นล่ะก็ ทีนี้เป็นเรื่องเลยล่ะครับ

     ไอ้คนที่ "ยังรัก" และยังคง "อยากจะอยู่" ก็จะทำทุกวิถีทางให้อีกฝ่ายหนึ่งอยู่กับอีกฝ่ายต่อไปให้ได้ แต่ไอ้ฝ่ายที่ "หมดรัก" และ "อยากจะไป" ก็จะทำทุกวิถีทางเช่นกันเพื่อที่จะไปจากอีกฝ่ายหนึ่ง ให้ได้

     พอเกิดอาการแบบนี้ จากเมื่อก่อนที่เคยดูแลกัน ห่วงใยกัน กลายสภาพมาเป็น "ไม่อยู่ในสายตา" ซะอย่างนั้น ขนาดที่ว่า ถ้าเราเดินเอาหัวไปโขกกับกำแพง แทนที่จะเดินมาดูหัวของเราก่อนว่าเป็นอะไรมั๊ย แต่พี่แกดันเสือกไปดูกำแพงก่อนเลยว่า มันเป็นรอยรึเปล่า? เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า "กรูเป็นห่วงกำแพงมากกว่ามรึงนะ" ฮ่าฮ่า

     ไอ้คนรั้งเองก็เสียใจนะครับที่รู็ว่า ต่อให้รั้งยังไงคนอยากไป มันก็ยังอยากไปอยู่ดีนั่นแหล่ะครับ จนบางครั้งมันก็จะเป็นหนามที่คอยทิ่มแทงตัวเองตลอดเพราะ ขาดเขาไปเราก็อยู่ไม่ได้ แต่ดึงรั้งเขาไว้เขาก็อยู่แบบไม่เต็มใจที่จะอยู่ เพราะหมดรักกันแล้ว

     ไม่รู้จะสงสารใครดีนะครับ ระหว่างคนที่อยากไปแต่ถูกดึงรั้งให้อยู่ กับคนที่ดึงรั้งให้อยู่ทั้งๆที่อีกคนอยากจะไปแล้วตาม

     ผมเองขอสารภาพแบบไม่อายฟ้าเลยตรงนี้ครับว่าทุกครั้งที่มีความรัก ผมไม่เคยมีความรู็สึกเป็น "คนอยากไป" เลยสักครั้ง (เนื่องด้วยผมเป็นคนรักใครแล้วรักจิง หวังอึ๊บจริงๆ ฮ่าฮ่า)

     แม้อาจจะมีบางครั้งที่ผมอาจจะรู้สึก "เบื่อและรำคาญ" คนข้างกายจนอยากจะให้เธอผู้นั้นออกไปห่างๆกายผมบ้างก็ตาม แต่ไม่เคยมีสักนิดที่มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตอย่างการ เลิกรา

     แต่ดูเหมือนฟ้าคงจะเกลียดในตัวของผมมาก ท่ายจึงสาปแช่งให้ทุกครั้งที่ผมมีความรัก คู่ขา (แฟน) ของผมจะมีอาการรู้สึก "อยากจะไป" เป็นประจำ จนทำให้ท้ายที่สุด ผมต้องอกหักรักคุด ตุ๊ดเมิน มากนับต่อนับ

     ทั้งๆที่ฟ้าส่งผมมาเกิดเป็นคนแบบไม่ค่อยปรกติทั้ง "หน้าตาและนิสัย" แล้วแท้ๆ แต่ก็ยังคงตามกลั่นแกล้งตัวผมแบบไม่หยุดหย่อนอีก สงสัยชาติที่แล้วผมคงทำบาปเอาไว้มาก ฮ่าฮ่า

     ไม่รู้ชาตินี้ผมจะเจอกับใครสักคนรึเปล่านะครับ ที่มีความรู้สึก "อยากจะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต" อันนี้ก็ต้องดูกันไปนาน

     .................

     อย่างที่บอกล่ะครับ คนอยากจะอยู่ ก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน เช่นเดียวกันกับคนอยากจะไป ก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อจะตีจากไปให้ได้

     ผมขออวยพรให้นะครับ อวยพรให้ทุกคู่รักที่ยังคงรักกัน มีความรู้สึกที่ "อยากจะอยู่" ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายไปนานๆ เท่าที่จะนานได้

     แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เกิดมีความรู้สึกว่า "อยากจะไป" ขึ้นมาล่ะก็


 "ถึงตอนนั้นก็ตัวใครตัวมันล่ะครับ!?!"

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ว่ากันด้วยเรื่องของความรัก

   
     เป็นปรกตินะครับที่คนเราจะมีความรัก เพราะหากคุณเกิดมาเป็นคนๆหนึ่งมันก็เป็นธรรมดาครับที่คุณก็ต้องผ่านประสบการณ์ความรักมาบ้างไม่มากก็น้อย

     มันคงจะไม่มีใครเชื่อหรอกครับ หากคุณจะบอกว่า คุณเป็นคนที่ไม่เคยมี "ความรัก" หรือ "ไม่เคยรู้สึกรักใครเลย" เพราะถ้าคุณพูดมา ต่อให้เป็นควายมันยังรู้เลยครับว่าคุณ "โกหก" ก็คิดดูสิครับว่าขนาด หมา มันยังรู้จักความรักเลย และถ้าคุณเกิดมาเป็นคน แต่กลับไม่รู้จักกับความรักจริงๆ กรุณาคิดเองนะคับว่าคุณสมควรเป็นคนหรือไม่

     ส่วนถ้าเป็นผม ผมคงจะคิดแล้วล่ะครับว่าคุณ "อาการหนักกว่าหมา"  ฮ่าฮ่าฮ่า

     คนเราทุกคนโดยส่วนใหญ่โหยหาความรักกันทั้งนั้นแหล่ะครับ และทุกครั้งที่ความรัก ไม่ว่าจะในรูปไหนก็ตามเข้ามาในชีวิตเรา มันจะไม่มาเปล่าๆ แต่จะเอาอะไร 2 อย่าง ที่มนุษย์ทุกคนอยากได้และไม่อยากได้ที่สุดมาแถมเป็นของกำนัลอีกด้วย

     อย่างแรกคือสิ่งที่ทุกคนอยากได้ที่สุด และสิ่งๆนั้นมันก็มักจะมาพร้อมกับความรักอยู่เสมอๆนั่นคือ "ความสุข" 

     แหม  ไม่รู้ทำไมนะครับทุกๆครั้งที่คนเรามีความรัก อะไรในโลกใบนี้มันช่างดูสดใสเสียเหลือเกิน ไม่ว่าเรื่องเหี้ยๆอะไรเราก็สามารถมองให้เป็น "เรื่องดีๆ" และ "ความสุข" ได้ตลอดเวลา โดยที่ปรกติเรามักจะมองแต่ด้านร้ายๆของเรื่องเหี้ยๆนั้นมาตลอด แต่พอความรักเข้ามา มันกลับเปลี่ยนแปลง "เรื่องเหี้ยๆ" ให้กลายเป็น "เรื่องดีๆ" ได้เสมอแหล่ะครับ

     ลองสังเกตดูสิครับว่าถ้าคนหนึ่งคนต่อให้เจอ "ปัญหาร้ายแรงระดับชาติ" เพียงใดๆ แต่ถ้าคนๆนั้นยังคงกินดี ขี้ออกไ้ด้และเดินยิ้มหราแบบไม่สะทกสะท้านราวกับ "คนบ้า" ให้คิดได้เลยครับว่า คนๆนั้นกำลังประสบเข้ากับ "ความรัก" เข้าอย่างจังและอย่างรุนแรงด้วย เพราะถ้าไม่มีความรัก คงไม่มีใครมาเดินยิ้มเหงือกบานตอนที่กำลังเจอเรื่องร้ายๆหรอกครับ

     ครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อนผมคนหนึ่ง (ขออณุญาติสงวนนาม) บอกว่า  "ถ้าหากกรูได้รักกับคนที่กรูรักจริงๆ กรูจะยอมนั่งขี้กลาง 4 แยกไฟแดงให้พวกมรึงดูเลย" 

     เห็นมั๊ยครับ ความรักมันทำให้คนมีความสุข แถมมันยังทำให้เพื่อนผมที่ "ประสาทแด๊กอยู่แล้วกลับยิ่งประสาทแด๊ก" กว่าเดิมอีก ฮ่าฮ่า

     แต่สุดท้าย มันก็ไม่ได้ขี้กลาง 4แยก หรอกครับ เพราะเพื่อนของผมคนนี้มันไปไม่ถึง "ฝั่งฝัน" เพราะงั้น จากนั่งขี้ มันเลยเปลี่ยนมาเป็น "นั่งร้องไห้" กลาง 4แยกไฟแดงซะแทน บ้าหนักกว่าเดิมอีกครับทีนี้ ฮ่าฮ่า

     นอกเรื่องมานานแล้ว เข้าเรื่องดีกว่าครับ...

     เคยมีคนบอกผมไว้ว่า ความสุข ที่ได้จากการที่ใครสักคนมอบ "รักแท้" ให้กับเรา นั่นคือความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนหนึ่งคนพึงจะได้รับ

     อันนี้จะเป็นจริงอย่างที่เขากล่าวมารึเปล่าผมเองก็มิอาจจะรับทราบได้ แต่อย่างน้อย สิ่งที่ผมรู้ก็คือ ทุกครั้งที่ตัวผมเอง มีคนรัก  ความรักที่ผมได้จากคนรักของผมมันมักจะเปลี่ยน โลกรอบๆตัวของผมให้สดใสและน่าอยู่ขึ้นมาได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบาย มันคงจริงเหมือนกับที่ คนไทยนิยมพูดกันบ่อยๆว่า "ความรักทำให้โลกเป็นสีชมพู" นั่นแหล่ะครับ

     แต่ถึงกระนั้น บางครั้งความรักยังนำพามาซึ่ง สิ่งที่มนุษย์ไม่พึงประสงค์จะพบเจอที่สุด นั่นคือ "ปัญหา"

     แน่นอนล่ะครับ การใช้ชีวิตคู่ นอกจากเราจะได้ ความสุข แถมมาเป็นของกำนัล แล้ว บางครั้ง มันอาจจะพ่วงติดมาด้วยกับสิ่งที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า "ปัญหา"

     ทำไมถึงเรียกว่า ปัญหา อันนี้ผมก็ไม่รู้นะครับ บางคนอาจจะเรียกอย่างอื่นก็ได้ แต่โดยส่วนตัวที่ผมประสบพบเจอมา เวลาเห็นเพื่อน "ทำหน้าเป็นหมาโดนกรทืบ" ผมมักจะถามเพื่อนเสมอๆ (ด้วยความอยากรู้อยากเห็น) ว่า "มรึงเป็นอะไรวะ?"

     และส่วนมากคำตอบที่พ่นออกมาจากรูปากของเพื่อนผมมันก็มักจะเป็น "กรูมีปัญหากับแฟนว่ะ"

     เรียกได้ว่า ถามเพื่อนซะ 10 คนตอบแบบนี้ ซะ8 คนแล้ว ที่เหลืออีก 2 มันก็มักจะตอบว่า "แฟนกรูมีปัญหาว่ะ" 

     ยังๆไงซะมันก็ยังวนๆอยู่แถวๆ ปัญหากับแฟน อยู่ดีนั่นแหล่ะครับ ฮ่าฮ่า

     ปัญหาที่เกิดกันระหว่างคนรักกันส่วนมากก็มักจะเป็น อาการที่เรียกกันง่ายๆว่า "การงอนกัน" หรือ การเห็นอะไรไม่ตรงกันแล้วมานั่งเถียงกันว่าใครผิดใครถูก จนบางครั้งมันอาจจะลามปามกลายไปเป็นการ"ทะเลาะ" ก่อนที่ในท้ายที่สุด มันอาจจะเลยเถิดไปถึงการ "เลิกรา" ซึ่งเป็นขั้นสุด ที่ ไม่มีใครหน้าไหนอยากจะประสบกับมัน

     ในขั้นที่ 1 การ "งอน" กัน อาจจะยังไม่เป็นปัญหาอะไรมากมายสักเท่าไหร่ ซึ่งบางครั้ง อาการนี้ อาจจะเกิดขึ้นเพราะมีคนจงใจจะทำให้มันเกิดอย่าง เช่น บางครั้งเรามักจะเห็นผู้ชายชอบแกล้งให้ฝ่ายหญิงงอนอยู่บ่อยๆ โดยมักให้เหตผลว่า "เวลาผู้หญิงงอน เขาจะดูน่ารัก" แล้วค่อยไปตามง้อเอาทีหลัง หรือ บางทีฝ่ายหญิงมักจะชอบงอนผู้ชายแบบไม่มีเหตผล เพื่อที่จะให้ฝ่ายชายตามง้อ โดยที่จริงแล้วหล่อนไม่ได้โมโหอะไรมากมาย แต่จะมานั่ง ยิ้ม หรือ หัวเราะ อยู่คนเดียว เพราะดีใจที่ฝ่ายชายตามมาง้อ

     ซึ่งบางที อาการเหล่านี้ยังอาจจะสร้างความสุขให้กับผู้ที่พบเห็น หรือแม้กระทั่ง "ตัวผู้กระทำ และผู้ถูกกระทำ" เอง บางที ยังรู้สึกมีความสุขเล็กๆกับสิ่งเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ

     แต่หากมันแปลเปลี่ยนจากขั้นที่ 1 กลายมาเป็น "ขั้นกว่า" ซึ่งนั่นก็คือการ "ทะเลาะ" กัน มันอาจจะนำพามาซึ่งความ "ฉิบหาย" ซึ่งนั่นก็คือ "ขั้นสุด" ของการทะเลาะกัน คือการ  "เลิกรา" ของการใช้ชีวิตคู่เลยก็ได้นะครับ

     แต่ทั้งๆที่คู่รักส่วนมาก รู้ว่าหากเกิดการ ทะเลาะกันขึ้น มันอาจจะนำพามาซึ่งความฉิบหายของความรัก แต่พวกเขาโดยส่วนมากก็ยังไม่วายหาเรื่องที่จะทะเลาะกันในสิ่งที่บางครั้งเราเรียกกันว่า "ปัญญาอ่อน" อีกนะครับ

     ตัวอย่างที่ง่ายที่สุด ผมเคยทะเลาะกับผู้หญิงคนหนึ่งจนเกือบถึง ขั้นแตกหัก เพราะเพียงแค่เราเถียงกันว่า หนังเรื่อง "วงษ์คำเหลา" กับหนังเรื่อง "Transformers: Revenge of the fallen" เรื่องไหนมันจะสนุกกว่ากัน ยังจำได้อยู่เลยครับว่า ตอนนั้นเถียงกันแบบเอาเป็นเอาตาย เรากับอีกฝ่ายมา "สังหารบุพการี" ของอีกฝ่ายก็ไม่ปาน
 
      ก่อนที่สุดท้าย "จะมาคิดได้ว่า มันหนังคนล่ะแนวกันเลยนี่หว่า แต่...สนุก แมร่ง ทั้ง 2 เรื่องเลย"       แล้วที่อุตส่าเถียงกันน่ะ พวกเราเถียงกันหาพระแสงเลเซอร์อะไรก็มิทราบ เพราะสุดท้าย ทั้งผมและหล่อน ก็ดูแมร่ง มันทั้ง 2 เรื่องเลย

     แถมออกจากโรงหนังมา ฝ่ายที่ว่าหนังของอีกฝ่ายไม่ดีก็ไม่เห็นมีใครจะบ่นอะไรเลยสักคำ อุตส่าเถียงกันเกือบตาย สุดท้ายก็ "ได้เสีย" มันทั้ง 2 เรื่องซะอย่างนั้น ฮ่าฮ่า

     อย่างที่บอกนั่นแหล่ะครับว่า เพราะคู่รักในประเทศไทยซะเป็นส่วนมาก ยังคงใช้ "สมองและหัวใจ" คิดแยกกันเสมอ เลยทำให้บางครั้ง มันเลยเกิดเรื่องที่ไม่หน้าจะเกิด จนกลายเป็น ปัญหาใหย๋โตจน คนแค่ 2 คนแก้ไขไม่ได้

     ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะครับ ทำไมคนเราถึงไม่ใช้ "ทั้งสมองและหัวใจ" คิดด้วยกันเลย มันจะได้ไม่น่าที่จะเกิดเรื่อง ปัญญาอ่อนแบบนี้ขึ้นมาอีก (อันนี้ผมก็คิดเอาเองนะครับ) เพราะทุกครั้งเวลาเกิดเรื่องขึ้นและเหตการณ์มันบานปลาย คนที่จะมานะัั่งเสียใจ ร้องไห้ฟูมฟายราวกับหมาใกล้ตาย ก็เป็นตัวเราเองนี่แหล่ะครับ

     แถมบางครั้งหากเกิดขึ้นสักครั้ง 2 ครั้ง แล้วคนเรารู้จัก "ปรับเปลี่ยนปรับปรุง" นิสัยให้มันดีขึ้น มันก็ดีไป แต่นี่บางที่เกิดเหตการณ์แบบนี้เป็นสิบๆครั้งแล้วยังไม่ยอมปรับปรุบ "นิสัยเหี้ยๆ" ของตัวเองเลยสักนิด สุดท้ายปัญหา ก็จะตามมาเหมือนเดิมอีีกนั่นแเหล่ะครับ

     ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะครับ ทั้งๆที่บางคนก็ "โตพอ" แถมยังมี "วุฒิภาวะ" และมี "สติ" ในการตัดสินใจในเรื่องอื่นๆได้เป็นอย่างดี แต่พอกับเรื่องของคนรัก บางครั้งเขาก็ทำตัวเป็นเด็ฏๆให้เกิดปัณหาอีกจนได้

     เหตผลง่ายๆ ก็อย่างที่บอกในตอนแรกเพราะ "ความรัก" ไงล่ะครับ นำมาซึ่่งบางสิ่งที่จะทำให้เป็นปัญหา

     ลองคิดดูง่ายๆแล้วกันนะครับว่า ลองสังเกตดูสิครับ ว่า ปัญหาที่เกิดกับ "แฟน" ของเรา มันมักจะไม่ค่อยเกิดขึ้นกับ "เพื่อน" ของเรา สักเท่าไหร่ นั่นเพราะเราไม่ได้ รักเพื่อนเท่ากันกับ รักแฟน ของเรานั่นแหล่ะครับ

     แต่ถึงแม้ บางครั้ง....ความรักอาจจะนำมาซึ่งปัญหาที่คนไทยโโยส่วนมากไม่อยากจะเจอ แต่พวกเราก็ยังไม่วายที่จะโหยหาความรักกันต่อไป เพราะอะไรน่ะเหรอครับ?

     อย่างที่บอกในตอนต้นนั่นแหล่ะครับ ความรักมันไม่ได้นำมาซึ่ง ปัญหา เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

     แต่มันยังนำมาซึ่ง "ความสุข" ที่คนๆหนึ่งพึงปราถนาจะได้พบเลยทีเดียวครับ เพราะงั้น ถึงแม่บางครั้ง เราอาจจะเจอปัญหาบ้าง แต่มันก็คุ้มที่จะเสี่ยง

     แต่หากทั้งชีวิตของคุณ มีความรักกี่สิบครั้ง และทุกครั้ง มันนำพามาซึ่ง "ปัญหา" และลงท้ายด้วยคำว่า "เลิกรา"เสมอ กรุณาลองคิดเอาเองนะครับ.....

     เพราะขนาดหมามันมีความรักมันยังไม่ค่อยจะมี ปัญหาอะไรเลย (เรื่องหมาๆ ถามผมได้ครับ ผมรู้ดี)

     แล้วคุณที่เป็นคนแท้ๆ แต่กลับมีปัญหาทุกครั้งที่มีความรัก

     เพราะอย่างนั้นกรุณาคิดเอานะครับว่า.....




  "คุณกับหมาใครมันอาการหนักมากกว่ากัน!?!"